เรื่องราวของเรา

กลุ่มบริษัทแหลมทองสหการ ดำเนินธุรกิจหลักด้านปศุสัตว์ ผลิตอาหารสัตว์และอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ ที่ก่อตั้งมานานกว่า 70 ปี โดยกลุ่มธุรกิจหลัก คือ กลุ่มธุรกิจปศุสัตว์และอาหารสัตว์ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร และกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ จากจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่น กว่า 7 ทศวรรษที่ผ่านมา เราได้พัฒนาความรู้ความชำนาญเพื่อสร้างความก้าวหน้าในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ภายใต้ฐานการดำเนินงานที่มั่นคงและยังเดินหน้าต่อไปเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เรามีวิสัยทัศน์และการดำเนินกิจการ
โดยยึดหลักแนวคิดเพื่อพัฒนา
ความยั่งยืน ลดผลกระทบที่อาจ
เกิดขึ้นกับทุกคนในสังคมมี
คุณภาพชีวิตที่ดี
และมีสิ่งแวดล้อมที่
น่าอยู่แบบระยะยาวไปถึงคนรุ่นหลัง

แหลมทองสหการ ดำเนินธุรกิจโดยมีวิสัยทัศน์ และการดำเนินกิจการโดยหยึดหลักแนวคิด

ESG (Environment, Social, Governance)

แนวคิดในการพัฒนาองค์กร และการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืน ที่ไม่หวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่จะคำนึงถึงความรับผิดชอบใน 3 ด้าน ดังนี้

สิ่งแวดล้อม
คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ
สังคม
ครอบคลุมการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน
ธรรมาภิบาล
การมีนโยบายกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ และดูแลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานอย่างเป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้สูงสุด และจัดการกับปัญหาภาวะโลกร้อนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ทั้งทางตรงและทางอ้อม

BIOGAS

นำก๊าซชีวภาพกลับมาใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้ได้มากที่สุด

ผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียและมูลไก่จากฟาร์มเลี้ยงไก่ ในกลุ่มบริษัทแหลมทองสหการจำกัด ก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้จะถูกนำเข้ากระบวนการเพื่อเปลี่ยนให้มีคุณภาพที่เหมาะสมกับการนำไปใช้เดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตไฟฟ้า กำลังการผลิตก๊าชชีวภาพของบริษัทฯ ผลิตได้สูงสุดที่ 32,000 ลบ.ม./วัน และกำลังการผลิตพลังงานไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 72,000 kWh/วัน ก๊าซชีวภาพ 1 ลูกบาศก์เมตรโดยเฉลี่ยสามารถนำมาใช้ทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่นๆ ได้เทียบเท่า ก๊าซหุงต้ม (LPG) 0.46 กรัม เทียบเท่าน้ำมันดีเซล 0.60 ลิตร เทียบเท่าน้ำมันเตา 0.55 ลิตร เทียบเท่าไฟฟ้า 1.20 กิโลวัตต์/ชั่วโมง

ก๊าซชีวภาพ

กำลังการผลิตสูงถึง
32,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ไฟฟ้า

กำลังการผลิตไฟฟ้า
72,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อวัน

การดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้ แหลมทอง ช่วยลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อมได้ดังนี้
ลดปริมาณแก๊สแอมโมเนีย

ที่ระเหยออกจากมูลไก่ระหว่างที่เกษตรนำไปใช้ใส่ดินเพื่อบำรุงพืชไรและนา โดยการนำมูลไก่มาหมักเพื่อดึงธาตุคาร์บอนไดออกไซด์ และธาตุโฮโดรเจน ออกไปเป็นพลังงานในก๊าซชีวภาพ จึงทำให้กากตะกอนที่เหลือออกจากระบบไม่มีองค์ประกอบของแก๊สแอมโมเนีย ก่อนนำไปใช้บำรุงพืชไร่และนาต่อไป

กากตะกอนที่ออกจากระบบหมักก๊าชชีวภาพ

มีธาตุอาหารต่างๆที่ใช้บำรุงดิน เช่น Nitrogen, Phosphorus, Calcium เป็นต้น อีกทั้งยังมีค่า Organic matter สูงถึง 30% ซึ่งค่าดังกล่าวนี้หมายถึงปริมาณสารอินทรีย์วัตถุที่มีอยู่ ซึ่งสารอินทรีย์วัตถุนี้ เป็นแหล่งอาหารของพืช ทำให้ดินร่วนซุย เพิ่มอากาศในดิน กักเก็บความชื้นในดิน ช่วยให้การทำงานของจุลินทรีย์ในดินทำงานได้ดีขึ้น ฯลฯ จึงเหมาะกับการนำไปใช้บำรุงดินเพื่อเพาะปลูก ลดการใช้ปุ๋ยเคมี

ก๊าชชีวภาพที่ได้ นำไปใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า

จึงทำให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าฟอสซิล หรือถ่านหิน ส่งผลโดยตรงต่อการลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าฟอสซิล หรือถ่านหินดังกล่าว

SOLAR ENERGY

การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้า

ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ทั่วโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งภายในประเทศไทยเองมีการเติบโตกว่า 300% เมื่อเทียบกับปี 2023 เรามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์เพื่อช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งก้าวไปสู่การบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี ค.ศ. 2065

กลุ่มบริษัทแหลมทองสหการ ได้ติดตั้งระบบอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์

ด้วยกำลังการผลิตติดตั้งรวมกว่า 8 เมกะวัตต์ สามารถลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ถึง 47 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5,390.26 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า CO2 ต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 150,000 ต้น

ลดค่าไฟฟ้า
ได้สูงสุดถึง 47 ล้านบาทต่อปี
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ได้ประมาณ 5,390.26 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

การผสานการใช้ก๊าซชีวภาพและพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับการดำเนินงานของแหลมทองสหการ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งต่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์และมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก